THAI SUPPORT ENGINEERING
ตุลาคม 23, 2014, 08:34:33 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาตรฐานเหล็ก SAE AISI DIN  (อ่าน 15319 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Support@Peak
เปลี่ยนตัวเราด้วยลมหายใจของเราเอง
จอมยุทธท่องยุทธจักร
ทารกน้อยจิ๋วแป๊ะทง
*****
กระทู้: 49



« เมื่อ: กันยายน 23, 2010, 05:52:50 pm »

มาตรฐานเหล็กในงานอุตสาหกรรม
                ในงานอุตสาหกรรมนั้นมีเหล็กอยู่มากมายหลายชนิด บริษัทผู้ผลิตแต่ละแห่งก็พยายามที่จะผลิตเหล็กให้มีคุณภาพต่าง ๆ กัน ผู้ใช้ก็ต้องการเลือกใช้เหล็กให้ตรงกับลักษณะงานของตนดังนั้นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้จำเป็นต้องตกลงทำความเข้าใจร่วมกันเพื่อเหล็กที่ผลิตออกมานั้นจะได้นำไปใช้งานได้ตรงตามความต้องการ จึงได้มีการกำหนดชนิดและปริมาณของสารต่าง ๆ ที่ประสมในเหล็กร่วมกันเป็นมาตรฐานของเหล็กในงานอุตสาหกรรมขึ้น
                มาตรฐานของเหล็กในงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่กำเนิดมาจากประเทศมหาอำนาจทางอุตสาหกรรม ที่พยายามตั้งมาตรฐานเหล็กของตนเองขึ้นมา เพื่อให้ประเทศที่ใช้เหล็กของตนยอมรับและนำไปใช้มาตรฐานของเหล้กที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมปัจจุบันมี 2 ระบบด้วยกันคือ (จริงแล้วระบบ JIS ระบบของญี่ปุ่นก็มีความนิยม)
                1.  ระบบอเมริกันที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 ระบบ
                -   SAE ( SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEER)
                -   AISI (AMERICAN IRON AND STEEL INSTITUTE)
                2.  ระบบเยอรมัน
                -  DIN (DEUTSCH INDUSTRIAL NORMS)
ระบบอเมริกัน  
1.  ระบบ  SAE   เป็นมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ของอเมริกามาตรฐานของระบบนี้ จะนำหน้าด้วยอักษร    SAE                แล้วตามด้วนตัวเลข 4-5 หลัก   ตัวอย่างเช่น
 SAE    4320
ตัวเลขหลักที่ 1
                ในตัวเลขหลักที่    1   นั้นจะบอกชนิดของเหล็กกล้ามีอยู่ 9 ตัวเลขคือ
                เลข 1.  หมายถึง เหล็กกล้าคาร์บอน
                เลข 2.  หมายถึง เหล็กกล้านิเกิล
                เลข 3.  หมายถึง เหล็กกล้าประสมนิเกิลและโครเมียม
                เลข 4.  หมายถึง เหล็กกล้าประสมโมลิบดินั่ม
                เลข 5.  หมายถึง เหล็กกล้าประสมโครเมียมและวานาเดี่ยม
                เลข 6.  หมายถึง เหล็กกล้าประสมทังสเตน
                เลข 8   หมายถึง เหล็กกล้าประสมนิเกิลโครเมี่ยมและโมลิบดินั่ม
                เลข 9   หมายถึง เหล็กกล้าประสมซิลิกอนและแมงกานีส
ตัวเลขหลักที่ 2
                เป็นตัวบอกปริมาณของตัวเลขหลักที่ 1 หรือเป็นตัวบอกประมาณสารที่ประสมในเหล็กกล้า (บอกเป็นเปอร์เซ็นต์)
ตัวเลขหลักที่เหลือ
                ตัวเลขหลักที่เหลือนั้นอาจจะมีอยู่ 2 หลักหรือ 3 หลัก ตัวเลขหลักที่เหลือนี้จะเป็นตัวบอกปริมาณของคาร์บอนที่ประสมในเหล็กกล้าโดยจะต้องหารด้วย 100 เสมอ
ตัวอย่าง     SAE  4320  หมายความว่า
                หมายถึง มาตรฐานของเหล็กระบบ    SAE
                เลข 4     หมายถึง เหล็กกล้าประสมโมลิบดินั่ม
                เลข 3     หมายถึง มีโมลิบดินั่มอยู่ 3%                  
                เลข 20   หมายถึง มีคาร์บอนอยู่ 0.2%
ตัวอย่าง   SAE  2440
                หมายความว่า มาตรฐานของเหล็กระบบ       SAE เป็นเหล็กกล้านิเกิลมีนิเกิลประสมอยู่ 4% และมีคาร์บอนประสมอยู่ 0.4%
2.  ระบบ   AISI  เป็นมาตรฐานของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าของอเมริกาซึ่งได้พัฒนามาจากระบบ    SAE              คือการอ่านสัญลักษณ์เหมือนกันต่างกันตรงที่ระบบ  AISI จะมีตัว
อักษรนำหน้าตัวเลข ตัวอักษรนั้นจะถึงกรรมวิธีในผลิตเหล็กว่า ผลิตจากเตาชนิดใด
                ตัวอักษรที่ใช้มีความหมายดังนี้
                 A   หมายถึง  เหล็กที่ผลิตได้จากเตา             BESSEMER                ชนิดที่เป็นด่าง
                 B   หมายถึง  เหล็กที่ผลิตได้จากเตา             BESSEMER                ชนิดที่เป็นกรด
                 C   หมายถึง  เหล็กที่ผลิตได้จากเตา             OPEN HEARTH           ชนิดที่เป็นด่าง
                 D   หมายถึง  เหล็กที่ผลิตได้จากเตา             OPEN HEARTH           ชนิดที่เป็นกรด
                 E   หมายถึง  เหล็กที่ผลิตได้จากเตา             ELECTRIC
ตัวอย่าง        AISI E 3310
                หมายความว่ามาตรฐานของเหล็กระบบ        ที่เป็นเหล็กกล้าประสมนิเกิลและโครเมียมมี
นิเกิลประสมอยู่ 3% มีโครเมี่ยมประสมอยู่เล็กน้อยมีคาร์บอนประสมอยู่  0.1% และเป็นเหล็กกล้าที่ผลิตจากเตา
ระบบเยอรมัน
                การจำแนกประเภทของเหล็กระบบเยอรมันจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้คือ
                1.  เหล็กกล้าคาร์บอน
                2.  เหล็กกล้าประสมต่ำ
                3.  เหล็กกล้าประสมสูง
                4.  เหล็กหล่อ
เหล็กกล้าคาร์บอน
                เหล็กกล้าชนิดนี้สามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานเป็น 2 อย่างคือ
           1.  เหล็กที่นำไปใช้งานได้เลยไม่ต้องผ่านกรรมวิธีปรับปรุงคุณสมบัติโดยใช้ความร้อน                     ใช้อักษรนำหน้าว่า   ST    และตามด้วยตัวเลขซึ่งบอกถึงความสามารถที่จะทนแรงดึงได้สูงสุดของเหล็กชนิดนี้มีหน่วยเป็น กก/มม
ตัวอย่าง      ST 37
                หมายถึง  เหล็กกล้าคาร์บอนที่สามารถทนแรงดึงได้สูงสุด 37 กก/มม
                2.  เหล็กที่ต้องนำไปผ่านการปรับปรุงคุณสมบัติโดยใช้ความร้อนก่อนที่จะนำไปใช้งาน เหล็กชนิดนี้จะนำหน้าด้วยอักษร  C  และตามด้วยตัวเลขที่แสดงปริมาณเปอร์เซ็นต์ของคาร์บอน  (จะต้องหารด้วย  100  เสมอ)
ตัวอย่าง       C25
                หมายถึง  เหล็กกล้าคาร์บอนที่มีคาร์บอนประสมอยู่  0.25 %
เหล็กกล้าประสมต่ำ        (LOW ALLOY STEEL)
                การกำหนดมาตรฐานของเหล็กกล้าประสมต่ำ  จะบอกปริมาณของคาร์บอนที่ประสมอยู่ข้างหน้าแต่ไม่นิยมเขียนกำกับไว้ ตัวต่อมาจะเป็นชนิดของสารที่เข้าไปประสมจะไม่ใช่จำนวนที่แท้จริงการจะทราบจำนวนที่แท้จริงจะต้องนำ Factor  ของสารที่ประสมแต่ละชนิดไปหารค่าปริมาณ       ของสารชนิดนั้น ๆ มีดังนี้คือ
-   Co, Cr, Mn, Ni, St, W               ค่าของ    Factor   ได้แก่    4
-   Al, Cu, Mo, Pb, Ti, V                ค่าของ    Factor   ได้แก่    10
-  C, N, P, S                                ค่าของ   Factor   ได้แก่    100
-  Zn, Sn, Mg, Fe                         ค่าของ    Factor   ได้แก่   1
ตัวอย่าง        20 Mn Cr 54
                ปริมาณของโครเมียมที่ประสมอยู่
                ปริมาณของแมงกานีสประสมอยู่
                โครเมียม                                                  20  Mn Cr    54
                แมงกานีส
                ปริมาณของคาร์บอนที่ประสมอยู่
                หมายความว่า เป็นเหล็กกล้าประสมต่ำที่มีปริมาณของคาร์บอนประสมอยู่ 0.2% มีแมงกานีสประสมอยู่ 1.2% และมีโครเมียมประสมอยู่ 1%
ตัวอย่าง    25  GrMo  4
                หมายความว่า เป็นเหล็กล้าประสมต่ำที่มีปริมาณของคาร์บอนประสมอยู่ 0.25% มีโครเมียมประสมอยู่ 1% มีโมลิบดินั่มประสมอยู่เล็กน้อย (โมลิบดินั่มไม่มีตัวเลข)
เหล็กกล้าประสมสูง      (HIGH ALLOY STEEL)
                การกำหนดมาตรฐานของเหล็กกล้าประสมสูงนั้น จะใช้อักษร  เขียนนำหน้าไว้ก่อนแล้วตามด้วยปริมาณของคาร์บอนที่ประสมอยู่ (หารด้วย 100 เสมอ)  ตัวต่อมาจะเป็นชนิดของสารที่นำไปประสม ส่วนตัวเลขจะบอกปริมาณของสารที่ประสมนั้น
                ในเหล็กกล้าประสมสูง ไม่ต้องนำ  Factor ของสารที่ประสมไปหารปริมาณของสารที่ประสม
ตัวอย่าง    X 35 NiCr  188
                ปริมาณของนิเกิลที่ประสมอยู่
                ปริมาณของโครเมี่ยมที่ประสมอยู่                         X 35 NiCr  188
                นิเกิล
                โครเมียม
                ปริมาณของคาร์บอนที่ประสมอยู่
                เหล็กกล้าประสมสูง
เหล็กหล่อ
                เหล็กหล่อแต่ละชนิด  จะมีสัญลักษณ์กำหนดไว้ดังนี้
GS     =                เหล็กเหนียวหล่อ
GG     =                เหล็กหล่อสีเทา
GGG   =                เหล็กหล่อกราพไฟต์ก้อนกลม
GT      =               เหล็กหล่อเหนียว
GTS    =                เหล็กหล่อเหนียวสีดำ
GH     =                เหล็กหล่อแข็ง
GTW  =                 เหล็กหล่อเหนียวสีขาว
                การเขียนสัญลักษณ์ของเหล็กหล่อ แยกออกได้ดังนี้คือ
                1.  เขียนบอกความสามารถที่รับแรงดึงได้สูงสุดของเหล็กหล่อชนิดนี้ มีหน่วยเป็น กก/มม
ตัวอย่าง  GS-52
                หมายความว่า เป็นเหล็กเหนียวหล่อสามารถทนแรงดึงได้ 52 กก/มม
                2.  เขียนบอกปริมาณของคาร์บอนที่ประสมอยู่ในเหล็กหล่อ โดยหารด้วย 100 เสมอ
ตัวอย่าง  GS-C90
                หมายความว่า  เป็นเหล็กเหนียวหล่อมีปริมาณของคาร์บอนประสมอยู่ 0.90 %
เครดิต : www.supradit.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 26, 2010, 09:35:25 pm โดย Administrator » บันทึกการเข้า

อดีตเป็นแค่ลูกชาวนา ปัจจุบันคือคนสามัญ อนาคตตอบแทนคุณแผ่นดินเกิด
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!